Search      
 
  Places i Go  

  Eastern Europe, Day 3 : Czech Republic :: Praque  
     
 

8.30   ::  รถพาเราเข้ากรุงปราก ( 10 นาที จากโรงแรม)

ช่วงเช้า ::
Praque Castle ; Hradcany square --> St. Vitus’s Cathedral --> Old Royal Palace --> Golden Lane

Praque Castle ปราสาทแห่งกรุงปราก
ป้อมบนเนินเขาแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 870 โดยเจ้าชาย Borivoj แห่งราชวงศ์ Premysl เพื่อเป็นป้อมปราการของปราสาท  Praque Castle มีอายุกว่า 1000 ปี เป็นปราการที่สำคัญและเป็นศูนย์กลางทางการเมือง ได้รับการบูรณะในสมัยของพระเจ้าชาลส์ที่4  สถาปัตยกรรมส่วนใหญ่มาจากยุคกอธิก และเป็นปราสาทโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตามสถิติของ Guinness Book ด้วยความยาว 570 เมตรและความกว้าง 128 เมตร เคยเป็นที่พำนักของกษัตริย์ในราชวงศ์ต่างๆที่ปกครองแคว้นโบฮีเมีย จนปี ค.ศ. 1918 กลายมาเป็นทำเนียบรัฐบาลสถานที่ทำงานของประธานาธิบดี

St. Vitus’s Cathedral มหาวิหารเซนต์วิตัส 
มหาวิหารสไตล์โกธิกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปราก พระเจ้าชาลส์ที่ 4 ทรงโปรดให้สถาปนิกชาวฝรั่งเศสชื่อแมททิวแห่งอาร์ราส (Matthhew of Arras) สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1344  มหาวิหารมีความกว้าง 60 เมตร ยาว124 เมตร หอคอยสูง 97 เมตร
การก่อสร้างในช่วงแรกๆ ยังไม่สมบูรณ์ มีการก่อสร้างเพิ่มเติมเรื่อยๆ เป็นเวลาหลายร้อยปี จนมาเสร็จสมบูรณ์เมื่อปีค.ศ. 1929 

ภายในมหาวิหารประดับกระจกสีอันวิจิตรงดงาม เป็นรูปภาพของนักบุญและเรื่องราวเกี่ยวกับคริสต์ศาสนา ที่น่าสนใจก็คือบริเวณแท่นบูชาของเซนต์เวนเซสลาส (Chapel of St. Wenceslas) ที่ตกแต่งด้วยภาพวาดเทคนิคเฟรสโกและอัญมณีมีค่าถึง 1,345 ชิ้น ภายในมหาวิหารยังเป็นที่ไว้พระศพของบรรดากษัตริย์สำคัญในอดีต พระศพของพระเจ้าชาลส์ที่ 4 พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 และพระเจ้าแมกซิมิเลียนที่ 2  Old Royal Palace

   

Old Royal Palace
สร้างขึ้นแทนพระราชวังยุคโรมาเนสก์ในปี ค.ศ. 1135 สมัยของกษัตริย์ Premysl Otakar ที่ 2 สำหรับเป็นที่ประทับของพระธิดาทั้งหลาย พอในคริสต์ศตวรรษที่ 13-16 กลายมาเป็นที่ประทับของกษัตริย์ ภายในมีห้องโถง Vladislav ขนาดใหญ่สไตล์กอธิก สร้างโดยกษัตริย์ Vladislav Jagiellon  ในทศวรรษที่ 1490  รูปแบบเพดานโค้ง ห้องโถงนี้ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยง ประชุม พิธีชึ้นครองราชย์ของกษัตริย์ต่างๆ และยังเป็นสถานที่ประลองฝีมือของอัศวิน และปัจจุบันใช้ประกอบพิธีสาบานตนของประธานาธิบดี

Golden Lane
บ้านเล็กๆสีสันสวยงามเคยเป็นที่อยู่ของชาวบ้าน สร้างขึ้นปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16   ปัจจุบันบ้านเหล่านี้เป็นแหล่งขายของที่ระลึกต่างๆ

12.00 ::  รับประทานอาหารกลางวัน (อาหารไทย)

   

   

ช่วงบ่าย ::
Charles Bridge สะพานเก่าแก่สัญลักษณ์ของเมือง สร้างด้วยหินขนาดใหญ่สมัยพระเจ้าชาลส์ที่ 4 ช่วงปี คริสต์ศตวรรษที่ 14 ประดับด้วยรูปปั้นของนักบุญถึง 28 องค์  ชาวคริสต์เชื่อว่า หากเดินผ่านสะพานแห่งนี้ต้องขอพระจากนักบุญจอห์นแห่งเนโปมุก (St. John of Nepomuk)  ริมฝั่งแม่น้ำวัลตวา (Vltava) 

เขตเมืองเก่า: Stare Mesto
Astronomical Clock 
นาฬิกาดาราศาสตร์ตั้งอยู่บนหอคอยศาลาว่าการ ( Old Town Hall and Tower) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1410 
ส่วนประกอบของหอนาฬิกา ด้านบนจะเป็น นาฬิกาดาราศาสตร์ ซึ่งจะแสดงวิถีการโคจรของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ด้านล่างของนาฬิกาดาราศาสตร์จะมีหน้าปัดแสดงเดือนในปัจจุบัน และด้านบนสุดมีรูปปั้นสาวกของพระเยซู ทุกๆต้นชั่วโมงนาฬิกาจะตีบอกเวลา และจะมีหุ่นนักบุญสาวกของพระคริสต์ เดินเป็นวงกลมโชว์ตัวออกมาจากช่องหน้าต่างเล็กๆ 

Jan Hus Monument 
Jan Hus (ยาน ฮุส) (ค.ศ. 1372 - 1415) ถือเป็นวีรบุรุษสำคัญคนหนึ่งของชาวเช็ก ในจตุรัสเมืองเก่าจะเห็นอนุสาวรีย์รูปผู้ชายที่ยืนท่าทางห้าวหาญอย่างโดดเด่นอยู่ Jan Hus เป็นผู้เริ่มการต่อต้านศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก จนก่อให้เกิดกระแสต่อต้าน และกลายเป็นสงครามยาวนานระหว่างนิกายโปรเตสแตนต์และนิกายโรมันคาทอลิกในยุโรป อนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 1915 เพื่อระลึกถึงวันที่ Jan Hus ถูกเผาทั้งเป็น

Church of St. Nicolasโบสถ์นี้สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1732-1737 โดย Kilian Dientzenhofer อยู่ข้างๆ Ja Hus Monument  เดิมเป็นโบสถ์ตั้งแต่สมัยโรมาเนสก์ และเปลี่ยนมาเป็นแบบกอธิก จนเกิดไฟไหม้เมื่อปี ค.ศ. 1689 จึงสร้างใหม่เป็นแบบบารอก ภายในตกแต่งด้วยไฟระย้า และปัจจุบันเป็นที่แสดงดนตรี

Church of Our Lady Before Tyn
โบสถ์ที่มียอดแหลมเหมือนปราสาท ถูกสร้างตั้งแต่ยุคกอธิกกลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 มาเสร็จสมบูรณ์ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 ภายในโบสถ์ตกแต่งแบบบารอก มีแท่นบูชาอันวิจิตรแล้ว ยังมีภาพวาดของ Karel Skreta จิตรกรชื่อดังในเรื่องการเขียนภาพด้านศาสนา และยังเป็นที่ฝั่งศพของนักดาราศาสตร์ที่ชื่อ Tycho de Brahe

Havelska Rdตลาดผลไม้และของที่ระลึก 

18.30 :: รับประทานอาหารค่ำ (อาหารพื้นเมือง - อาหารจานหลักขาหมู หรือ เนื้อ)

   

   

Review Day 3

วันนี้เราจะเที่ยวกันในกรุงปรากอย่างเดียว กับอากาศ 14 องศาเซลเซีลส ของต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังเปลี่ยนจากฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูร้อน อาการจะค่อนข้างแปรปวน  มีลมแรง และมีฝนตกประปราย  

Praque Castle ; Hradcany square --> St. Vitus’s Cathedral --> Old Royal Palace --> Golden Lane

ช่วงเช้าเราจะไปเที่ยวชม Praque Castle บริเวณจัตุรัสด้านหน้าปราสาทเป็นคฤหาสน์ของที่มีชนชั้น สองข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารเก๋ๆ  เวลาเดินมุ่งไปที่ปราสาท เราจะเห็นยอดแหลมของมหาวิหาร St. Vitus ตั้งอยู่อย่างสูงเด่นสง่ารอการเข้าไปทำความรู้จัก

Local Guide ได้แจกบัตรเข้าชมให้พวกเราชาวคณะ ไปสืบหาข้อมูลต่อได้ความว่า บัตรที่เขาให้เรามาจะใช้ได้ 2 วัน สามารถชม Old Royal Palace, St. George’s Basilica, Golden Lane, Dalibar Tower, และ Mihulka Powder Tower ซึ่งอยู่ในราคา 250 CZK  หรือ ประมาณ 500 บาทไทย... แหะ  แหะ แต่พวกเรามีเวลามาแค่ครึ่งวันเช้า คงไม่ได้ชมทั้งหมดอย่างแน่นอน... แต่ไม่เป็นไร ครั้งนี้ถือว่ามา survey  แล้วครั้งหน้าเรามาพบกันใหม่อีกที

เราเดินเข้ามาถึง ประตูลานด้านหน้าของพระราชวัง  ลมแรง และ หนาวจริงเชียว โพสท่าถ่ายรูปไม่ออกเลยทีเดียว หน้าถูกลมปะทะซะขนาดน้าน... ตรงประตูจะมีการ์ดยืนอยู่สองนาย ยืนเข้มเชียวเหมือนจะไม่หนาวกัน ด้านบนเหนือประตูทางเข้ามี รูปปั้น Battling Titans อยู่ด้วย อย่าลืมแหงนหน้าขึ้นมองกันนะ มิใช่เอาแต่เข้าไปยืนถ่ายรูปกับคุณการ์ดหน้าเข้มตรงป้อมเท่านั้นละ... ถ้ามาในช่วงฤดูร้อน และ ฤดูหนาว ทุกชั่วโมงจะมีพิธีเปลี่ยนเวรทหารยาม และเวลาเที่ยงตรงจะมีพิธีแลกเปลี่ยนธงด้วย... แอบรู้มาเพิ่มเติมอีกนิดว่า ประธานาธิบดี  Havel ได้ให้ผู้ออกแบบเสื้อผ้าของภาพยนตร์เรื่อง Amadeus ออกแบบเครื่องแบบทหารยาม จึงออกมากิ๊บเก๋อย่างที่เห็น...

และแล้วเราก็เดินผ่านเข้ามาจนถึง St. Vitus’s Cathedral พระเอกของเราในวันนี้   ในระหว่างที่เราเดินชม ทั้งคุณ Super Guide และ Local Guide ก็ช่วยกันเล่าประวัติสิ่งต่างๆที่อยู่ในมหาวิหารแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาพเขียน ห้องไถ่บาป การออกแบบภายใน ที่ฝังศพ การเมือง และสิ่งละอันพันละน้อยอีกเยอะแยะมากมาย เหมือนทัศนศึกษาประวัติศาสตร์ยุโรปแบบเบาๆ

หลังจากนั้นเราก็ออกไปสู่อีกลานหนึ่งของพระราชวัง และเข้าชม Old royal Palace เจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่สามารถถ่ายรูปได้ พอเดินเข้ามาก็เจอห้องโถง Vladislav ขนาดใหญ่ สไตล์กอธิก สร้างโดยกษัตริย์ Vladislav Jagiellon ในทศวรรษที่ 1490 และมีห้องเล็กๆอีกปีกหนึ่งคือ Ludvik Wing ซึ่งเป็นห้องที่ก่อชนวนสงคราม Thirty Years’ War ระหว่างราชวงศ์ฮับสบูร์ก ผู้ปกครองเช็กที่นับถือนิกายโรมันคาทอลิก กับพวกที่ต่อต้าน 

เดินตามทาง เราก็มาถึง Golden Lane บ้านเล็กๆ สีสันสวยงาม ให้ความรู้สึกเหมือนเยี่ยมชมบ้านข้าราชบริภาณในพระราชวัง ตอนนี้เป็นร้านขายของที่ระลึก ตกแต่งน่ารัก มีมุมให้ถ่ายรูปตลอดทางเลย

และแล้วก็ถึงเวลารับประทานอาหารกลางวัน เราเดินลงเขามาตามทางเห็นทัศนียภาพของเมืองเช็กอย่างสวยงาม และมีไร่องุ่นเล็กๆระหว่างทางประกอบ Scene อีกด้วย คุณSuper Guide จะพาเราไปรับประทานอาหารไทย โดยพาขึ้นรถรางสำผัสความเป็นคนเมืองอย่างกิ๊บเก๋ทีเดียว 3 ป้ายรถรางก็ถึง ร้านอาหารไทยชื่อ “NOI” แต่ถ้าให้อ่านเป็นภาษาไทยคงได้ร้านชื่อ ร้านคุณน้อย แต่เจ้าของมิใช่คนไทย เป็นคนปราก จ้า...

ทำอาหารได้รถชาติดีแบบไทยๆ พร้อมเสริฟ พริกน้ำปลาให้เราชาวคณะอีกต่างหาก  ร้านนี้เขาให้ ฟรี Drink คนละหนึ่งนะคะ ประทับใจ ประทับใจ ... ร้านอาหารอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถราง ร้านแต่งแบบคลาสสิกมีรสนิยม สวยๆ นิ่งๆ และมีเคาน์เตอร์นั่งอีกด้วยนะคะ...
----------------------

Charles Bridge - Stare Mesto (เขตเมืองเก่า) :: Astronomical Clock, Parizska Street,  Jan Hus Mounment, Church of St. Nicolas, Church of our lady before Tyn, Havelska Rd.  

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จเราก็นั่งรถรางกลับมาเที่ยวกันต่อในกรุงปราก   ก่อนถึง Charles Bridge เราผ่านร้านรวงขายของน่ารักมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว มีร้านเก๋ๆขายอาหารเรียงรายเต็มไปหมด บางร้านก็มีที่นั่งแบบ Outdoor อยู่หน้าร้าน บางร้านเปิดกางเต็นท์เป็นร้านกลางถนนด้วย ถ้าใครอยากจะแลกเงินสกุลท้องถิ่น “ โครูน่า” เพิ่มเติม เพื่อการจับจ่ายซื้อของก็สามารถแลกกับร้านรับแลกเงินบริเวณนี้ได้เลย 

เราค่อยๆเดินเข้าถนน Mostecka เพื่อไปยังอีกฝั่งของแม่น้ำ Vltava ข้ามCharles Bridge ไปยังเขตเมืองเก่า Charles Bridge เริ่มสร้างเวลา 05.31 น. ของวันที่ 9 เดือน 7 ค.ศ. 1357  กว้าง 9.5 เมตร และ ยาว 515.76 เมตร เขาว่ากันว่าเมื่อก่อน Charles Bridge คงเป็นสะพานแห่งเดียวในกรุงปราก ที่ข้ามแม่น้ำ Vltava จึงเรืยกสะพานแห่งนี้ว่า Prague Bridge หรือเรียกอีกชื่อว่า Stone Bridge จนในปี ค.ศ. 1870 จึงเปลี่ยนชื่อเป็น Charles Bridge

Charles Bridge เหมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ระหว่างที่เราเดินข้ามสะพาน เราจะเห็นรูปปั้นของนักบุญทั้งหลาย ซึ่งเป็นฝีมือของศิลปินอย่าง Josef Brokof, Matthias Braun รูปปั้นทั้ง 30 ชิ้นบนสะพานถูกนำมาวางตั้งแต่ปี ค.ศ. 1683-1928 ซึ่งก่อนจะมีเพียงรูปปั้นพระเยซูบนไม้กางเขน...  การที่มีรูปปั้นนักบุญมาตั้งเรียงรายบนสะพานมากมายขนาดนี้ เป็นเพราะหลังสงคราม Thirty Years’ War ราชวงศ์ฮับสบูร์ก อยากให้ผู้คนที่นับถือนิกายโปรเตสแตนต์หันมานับถือนิกายโรมันคาทอลิกแทน 

ระหว่างที่เราเดินบนสะพาน Charles จะเต็มไปด้วยผู้คนเดินกันขวักไขว่ และสักการะรูปปั้นนักบุญต่างๆบนสะพานโดยเฉพาะรูปปั้นพระเยซู และ St. John of Nepomuk ซึ่งชาวเช็กเชื่อว่าเป็นนักบุญผู้ดูแลดินแดนเช็ก และแล้วเราก็ข้ามมาอีกฝั่งของ แม่น้ำVltava มาสู่เขตเมืองเก่า บริเวณจัตุรัสสตาโรเมสเค่(Staromeske Square) ความเจริญบริเวณจัตุรัสเมืองเก่ามีมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลานับร่วม 1000 ปี ด้านในของเมืองจะไม่มีรถรางหรือรถประจำทางผ่าน แต่สามารถเดินเท้าได้ถึงกันหมด  

คุณSuper Guide ให้เวลาเราเดินเที่ยวบริเวณนี้ถึง 4 ชั่วโมง เราเริ่มต้นจาการยืนรอการตีบอกเวลาของหอนาฬิการอบบ่ายสองโมง แนะนำว่าควรมายืนรอก่อนสัก 10-15 นาที ก่อนที่เข็มยาวของนาฬิกาจะถึงเลข 12 เพราะคนจะมามุ่งดูค่อนข้างแน่นหนาในทุกต้นชั่วโมง เมื่อครบรอบทุกชั่วโมงรูปปั้นโครงกระดูกจะกระตุกระฆังเพื่อเป็นสัญญาณบอกเวลา ประตูหอนาฬิกาจะเปิดพร้อมแสดงโฉมหน้าของเหล่าสานุศิษย์ของพระคริสต์ทั้ง 12 ท่าน เหล่ารูปปั้นนักบุญค่อนข้างเล็ก และออกมาอวดโฉมไม่นาน ทีละท่านตรงหน้าต่างเล็กๆสองบาน เดินเป็นวิถีวงกลม มาเร็วมาก่อนเป็นดีกว่า...  นาฬิกาดาราศาสตร์ จะสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อดังเดิมในสมัยที่มนุษย์เชื่อว่าโลกเป็นศูนย์กลางของสรรพสิ่ง และศูนย์กลางของจักรวาล จะเห็นได้จากนาฬิกาที่แสดงการโคจรของพระอาทิตย์อยู่รอบโลก ... และเราได้มีโอกาสแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวหลายคู่ที่แต่งงานกันในวันที่เรามาถึง  หลังจากที่เขาทำพิธีเสร็จในโบสถ์อีกด้วย 

ต่อจากนั้นคุณเพื่อนร่วมแก๊งค์ อยากไปเยี่ยมเยียนร้าน Brand Name - Louis Vuitton, Gucci, Prada ซึ่งอยู่บริเวณ Parizska Street เดินตัดออกไปจากบริเวณจัตุรัสเมืองเก่า... เป็น Window Shopper ร้านของแพง แถมเข้าไปเช็คราคาของจนหนำใจ เราก็ออกเดินมาเที่ยวกันต่อบริเวณจัตุรัสเมืองเก่าที่มี อนุเสาวรีย์ของ Jan Hus อยู่กลางจัตุรัส วันที่ไปบริเวณรอบๆจัตุรัสไม่ค่อยงามตานัก เพราะเหมือนมีอุปกรณ์เต็นท์ เครื่องเสียงหลายสิ่งวางเกะกะ เพื่อเตรียมจัดงานอะไรบางอย่าง แต่่อย่างไรเรายังสามารถเก็บภาพสวยในของ อนุสาวรีย์ Jan Hus ที่มีโบสถ์ St. Nicholas เป็นฉากหลัง และอีกรูปที่เราต้องเก็บในบริเวณนี้คือ Church of Our Lady before Tyn โบสถ์ที่มียอดแหลมเหมือนปราสาทในยุคกลางซึ่งเพิ่มความขลังและมนต์เสน่ห์ให้กับจัตุรัสเมืองเก่าแห่งกรุงปรากเป็นอย่างมาก

นั่งพักเล็กน้อย หลบลมหนาว และเอาใจความเมื่อย โดยไปต่อคิวซื้อ Trdelnik มารับประทาน ซึ่งมีซุ้มตั้งขายอยู่บริเวณจัตุรัส คิวยาวที่เดียวแต่รอไม่นานนัก Trdelnik เป็นขนมปังขดเป็นวงหลายๆวงติดกัน ขนาดใหญ่ คลุกด้วยน้ำตาลและซินนามอน ราคา 50 CZK ไม่ได้อร่อยเท่าไหร่นัก แต่น่าซื้อชิมดู สนุกดีเข้ากับบรรยากาศ

เติมพลังแล้ว เดินเล่นกันต่อเลย... กลับมาตั้งต้นตรงหอนาฬิกาดาราศาสตร์กันอีกที จากจุดนี้เราจะเห็นร้านกาแฟ Starbucks ให้เดินตามถนนเล็กๆ ชื่อ Melantrichova เดินตามเส้นนี้ี้ไปได้เลยจะผ่านร้านรวงต่างๆ และจะไปเจอ ถนน Havelska ซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาดผัก ผลไม้ ของที่ระลึกต่างๆกลางแจ้ง และมีร้านค้าต่างๆโดยรอบบริเวณนั้น จากตรงนี้สามารถมองเห็นSt. Gall ซึ่งเป็นโบสถ์ที่มีอายุกว่า 700 ปีอีกด้วย 

ก่อนถึงเวลานัด เราได้แวะเข้าไปซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงความงามทั้งหลาย ในร้านที่ชื่อ Manufaktura ตามคำแนะนำของ คุณSuper Guide สาขาที่นี่ร้านใหญ่ที่เดียว (อยู่ใกล้ร้าน Starbucks ตรงถนนเล็กๆ Melantrichova) เราซื้อลิปมันสปาที่ทำจากไวน์  และทำจากเบียร์ของเช็ก เกลือขัดตัว และครีมบำรุงผิวชนิดต่างๆ หิ้วกลับกันกับคุณเพื่อนคนละถุงใหญ่ๆ  ผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพง และสามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากอีกได้ด้วย 

ถึงเวลารับประทานอาหารเย็น  มื้อนี้ก็เป็นอีกมื้อที่ประทับใจ เราชาวคณะรับประทานอาหารค่ำกันที่โรงมหรสพ Municipal House  (Opera House) ตัวอาคารสวยงามตามสถาปัตยกรรมแบบอาร์ตนูโว และเป็นสไตล์ที่แตกต่างจากตึกอื่นโดยรอบ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1905-1911 การตกแต่งภายในเป็นฝีมือของ Alfons Mucha, J.V. Myslbek และ M. Svabinsky ศิลปินอาร์ตนูโวอันดับ 1 ในสมัยนั้น   

ร้านอาหารอยู่ชั้นใต้ดินชื่อ PLZENSKA RESTAURACE เป็นบรรยากาศคล้ายโรงเบียร์ ผู้คนที่มารับประทานอาหารส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่รับประทานอาหารเพื่อรอการแสดงในช่วงค่ำของคืนนั้น ดูจากป้ายประกาศแล้ว วันที่เราไปนั้นจะมีการแสดงของ Praque Symphony Orchestra FOK...   อาหารหลักค่ำคืนนี้จานค่อนข้างใหญ่ ขนาด 2-3 คนอิ่มเลยทีเดียว มีขาหมูพื้นเมือง และจานเนื้อให้เลือก ถ้าใครรับประทานเนื้อ คุณSuper Guide แนะนำ เห็นบอกว่าไม่ควรพลาด และคืนพรุ่งนี้เราจะมีขาหมูอีกครั้งแต่วิธีทำและรสชาติไม่เหมือนกัน ก่อนหน้าจานหลักมีซุปเสิร์ฟถ้วยไม่ใหญ่ พร้อมขนมปังอร่อยๆ ตบท้ายด้วยไอศรีม

กลับที่พัก Crowne Plaza Praque ด้วยความสุข แต่ยังไม่หน่ำใจเท่าไหร่  หนึ่งวันสำหรับกรุงปราก แอบน้อยไปนิด เพราะมีอีกหลายสถานที่ หลายเขตเมืองของกรุงปรากที่เรายังไม่ได้เข้าไปสัมผัส แต่อย่างไรเราก็ใช้หนึ่งวันกันอย่างเต็มที่กับการมากับคณะทัวร์ในครั้งนี้  พรุ่งนี้เขาแจกรหัส 6-7-8  ได้เวลา bye bye กรุงปราก มุ่งสู่แว้นโบฮีเมียในวันพรุ่งนี้

Good Nite - Sleep Tight , EveryOne ....

rrin

More Photos :: http://www.homeiam.com/photo_detail.php?t_id=1206000003 

---ข้อมูลเพิ่มเติม---

สถาปัตยกรรมในยุคสมัยต่างๆ

ยุคโรมาเนสก์: Romanesque (คริสต์ศตวรรษ ที่11-13) รูปแบบสถาปัตยกรรมจะเน้นกำแพงหนา เสากลมใหญ่ โค้งภายในจะเป็นครึ่งวงกลม ประตูและหน้าต่างเล็ก 

ยุคกอธิก: Gothic หรือยุคกลาง (คริสต์ษตวรรษที่ 13-15) ยุคนี้คริสต์ศาสนจักรมีอำนาจ สถาปัตยกรรมจึงสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของศาสนา ตัวอาคาร กำแพง ประตู และ หน้าต่าง จะถูกต่อสูงขึ้นเป็นยอดแหลม และตกแต่งด้วยกระจกสี

ยุคเรอเนซอง: Renaissance (คริสต์ศตวรรษ ที่15-16) รูปแบบเน้นความสง่างาม โครงสร้างสมมาตรแบบเรขาคณิต ส่วนใหญ่จะเป็นการตกแต่งพระราชวัง และคฤหาสน์ 

ยุคบารอก: Baroque (คริสต์ศตวรรษ ที่17-18) เป็นยุคสงครามการต่อสู้ระหว่างนิกายโรมันคาทอลิก และ โปรเตสแตนต์สิ้นสุด มีการประดับประดาตกแต่งโบสถ์อย่างหรูหรามีการวาดเพดาน เดินเส้นสีทองเป็นลวดลายตามอาคาร 

ยุคฟื้นฟูสถาปัตยกรรมแบบเก่า: Revivalist (คริสต์ศตวรรษที่19 -20) ยุคนี้จะนำศิลปะที่ผ่านมา นำมาสร้างงานใหม่ โดยใส่คำว่านีโอนำหน้า

สถาปัตยกรรมแบบอาร์ตนูโว: Art Nouveau (ค.ศ. 1899 - 1912) ด้วยรูปแบบอันอ่อนช้อยที่เน้นภาพของรูปร่างสตรี เส้นทรงของเถาวัลย์และพืชพรรณ ถึงจะเป็นช่วงสั้นๆที่ศิลปะแบบนี้เจริญรุ่งเรือง แต่แทบทุกมุมของ Praque เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอาร์ตนูโว

สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ (คริสต์ศตวรรษที่ 20 จนถึงปัจจุบัน) ศิลปะแบบคิวบิสต์ (Cubist) ที่เน้นทรงลูกบาศก์ ศิลปะแบบอาร์ตเดโค (Art Deco) และคอมมิวนิสต์ (Communist)

 
  Share  
     

^ Go to top

  Class with Rrin  
   
 

My SuperStar Student, Henry Lau , Super Junior M from Korea


 
  more>>  

  Articles i Write  
  วิสาขบูชา 2556
 
   
 
 
  read more>>  

  Parties i Organize  
  First Wedding Party (i organize)  
   
   
  read more>>  

  Food i Cook  
  Egg Benedict - Egg Florentine - Egg Royale
 
   
 
 
  read more>>  


  Monthly Archives The Lee Family  
 

2014:  NOV    OCT    SEP    AUG    JUL    JUN    MAY    APR    MAR    FEB    JAN  
2013:  DEC    NOV    OCT    SEP    AUG    JUL    JUN    MAY    APR    MAR    FEB    JAN  
2012:  DEC    NOV    OCT    SEP    AUG    JUL    JUN    MAY    APR    MAR    FEB    JAN  
2011:  DEC    NOV    OCT    SEP    AUG    JUL    JUN    MAY    APR    MAR    FEB    JAN