| |
7 ตุลาคม 2560
Day 7 : Casablanca (The Last Day)
เมืองสุดท้ายแล้ววว... ตื่นเช้าเราก็เดินทางมา Casablanca .. วันแรกที่เรามาถึงโมร็อคโค เราลงเครื่องบินที่เมืองนี้แล้วเดินทางไป Marakech .. คาซาบลังกามีชื่อเสียงดังไปทั่วโลกจากหนังเรื่อง CASABLANCA หนังโรแมนติกของอเมริกาที่ฉายในปี 1942 กำกับโดย Michael Curtiz และแสดงนำโดย Humphrey Bogart และ Ingrid Bergman เมื่อก่อนเป็นเมืองท่าเล็กๆ มีชายฝั่งติดกับ Atlantic Ocean ตอนนี้กลายเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ
เมื่อก่อนเมืองนี้มีชื่อว่า Anfa ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ยาวนานก่อนโปรตุเกสจะเข้า และมีชื่อใหม่ในภาษาโปรตุกีสว่า Casa Branca แปลว่า White House (Casa = บ้าน, Blanc = ขาว) หรือ Casablanca ที่เรียกกันในปัจจุบัน .. เมืองนี้ได้รับอิทธิพลจากหลายประเทศในยุโรป : โปรตุเกส สเปน และ ฝรั่งเศส ตามประวัติศาสตร์การปกครองก่อนได้รับเอกราช เมืองนี้จึงเป็นเมืองสีขาว และมีสถาปัตยกรรมแบบ Colonial ตลอดแนวถนนปลูกต้นปาล์มเคียงคู่ไปกับชายฝั่งทะเล
Hassan II Mosque ที่อยู่ใน Casablanca เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา ภายในอาคารบรรจุคนได้ 25,000 คน และด้านนอกอีก 80,000 คน หอยคอยของสุเหร่า (The minaret) สูง 210 เมตร จึงเป็นมัสยิดที่มีหอคอยสูงที่สุดในโลก มัสยิดนี้สร้างโดย King Hassan II หลังจากการสวรรคตของ King Mohammed V ในปี 1961 มีจุดประสงค์เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานความอาลัยแก่ King Mohammed V
เรด้าพาเราเดินตามถนนเลียบชายหาดย่านไอน์เดียน (Ain dian) เพื่อไปรับประทานอาหารกลางวัน ระหว่างทางเราเดินผ่านร้านขายพิซซ่า คาเฟ่ ฟาสต์ฟู้ด แต่ท้ายสุดเราก็กิน 'ทาจีน' เหมือนทุกมื้อที่ผ่านมา ร้านที่พาเราไปอยู่ฝั่งตรงข้ามชายหาด ทำอาหารอร่อย บริการดี แต่เรากินกันได้น้อยมากเพราะเบื่อทาจีนไก่แล้วเท่านั้นเอง ณ ตอนนั้น ยังคุยกันในคณะแบบติดตลกว่า เรากินไก่กันทุกมื้อจนจะขันได้แล้ว ย่านนี้เป็นย่านตากอากาศริมทะเลทรายติดมหาสมุทรแอตแลนติก และมีห้างใหญ่ทันสมัย Anfa Place ติดกับชายหาด ภายในห้างมีร้านค้า ร้านอาหาร และร้านกาแฟแบรนด์ที่เราคุ้นเคย
ต่อด้วย Walking Tour เดินชมเมืองย่าน downtown ที่เรียกว่า Boulevard d’ Anfa ชมความงามของพระราชวังหลวงบริเวณจัตุรัสโมฮัมเหม็ดที่ 5 เรื่อยมาจนถึง Habours Distric ชมสถาปัตยกรรมของเมืองที่ได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศส ตึกของโรงหนัง Rialto cinema เป็นอาร์ตเดโค สร้างชึ้นเมื่อปี 1930 ตามทางที่เราเดินจะมีรถเข็นขายน้ำผลไม้สดและของวางขายบนฟุตบาทตลอดทาง
ท้ายสุด ไกด์พาเรามาชมโบสถ์คริสต์ โบสถ์เล็กๆ ซึ่งเป็นโบสถ์แห่งเดียวในเมืองนี้ปิดท้ายทริปนี้ก่อนพาเราเข้าที่พัก
Magador Marina Hotel
Anevue Pasteur, 20000 Casablanca
ชื่อว่า Marina แต่ไม่ได้อยู่ติดทะเลนะ แต่..... โรงแรมดีมาก เป็นโรงแรมใหม่ ตกแต่งโมเดิร์นสวยงาม ห้องพักดี อาหารทั้งค่ำและเช้าอลังการ มาตรฐาน 5 ดาวเลย
>>>>>>>>>>
เที่ยวมาครบ 7 วันเต็มแล้ว พรุ่งนี้ออกจากโรงแรมแต่เช้า เดินทาง 8 ชั่วโมง
EY 612 : 11.35 น. Anfa International Airport, Casablanca, Morocco (วันที่ 8 ตุลาคม 2560) -------------22.25 น. Abu Dhabi, Unite Arab Emirates -------------เดินทาง 6 ชั่วโมง 40 นาที EY 406 : 23.30 น. Abu Dhabi, Unite Arab Emirates -------------09.10 น. Suvarnabhumi international Airport, Bangkok (วันที่ 9 ตุลาคม 2560)
ถ้ารวมเวลาเดินทาง ทริปครั้งนี้ใช้เวลาทั้งหมด 9 วัน เราเดินทางกันไกลมาก จากเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ไปทวีปแอฟริกาเหนือ ประเทศโมร็อคโคเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีเสน่ห์มาก ทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม และศาสนา.... วิถีชีวิตที่ดำเนินอย่างแตกต่างในเมืองเดียวกันของสังคมในย่านเมดิน่าเมืองเก่าและย่านเมืองใหม่อันทันสมัย.... และความแตกต่างของสังคมเมืองและชุมชนคนในเขตทะเลทราย อีกทั้งการอยู่รวมกันของวัฒนธรรมยุโรปในโลกอิสลาม
อาจจะมีอะไรไม่ลงตัวบ้างสำหรับการมากับทัวร์ครั้งนี้ แต่ประทับใจประเทศนี้มาก และรริน จะมาหาใหม่อีกครั้งนะ
See you again, Morocco
Rrin Rrin
FB: Rrin Rrin IG: rrinrrinlee
|
|